มากกว่า>>ผู้เชี่ยวชาญยอดนิยม

เฉินอี้กงอ่อนแอ

สนาม: ข่าว Guohua

บทนำ:นายกฯตุ้ย ประจานยับพวกเหลือขอ ไร้การศึกษา พ่นสีสเปรย์จองที่ขายของวันไหลบางแสน 28 มีนาคม พศ 2561 เวลา 09:33 น ...

หลัวกงหยวน

สนาม: China Frontier Information Network

บทนำ:อีซาให้จับตาซากสถานีอวกาศ เทียนกง 1 ตกสู่โลกภายในไม่กี่วัน 27 มีนาคม พศ 2561 เวลา 20:54 น สถานีอวกาศเทียนกง 1 ของจีนที่หมดสภาพการใช้งานและไม่สามารถควบคุมได้มานานหลายเดือน มีโอกาสตกสู่โลกอย่างเร็วในวันศุกร์นี้ หรือภายในวันจันทร์หน้า

เติมเงินไทยฟรี ผล บอล สด ภาษา ไทย ฟัง วิทยุ
htf | <动态当天时间> | อ่าน(488) | แสดงความคิดเห็น(35)
สำหรับสำนักงาน กกตจะเข้าไปในเฉพาะส่วนที่ต้องเข้าไป อาทิ หากพบว่ามีพรรคใดส่งผู้สมัครไม่ผ่านระบบไพรมารีโหวต กกตจะลงไปตรวจสอบ และหากเป็นจริง กกตจะแจ้งความให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการกับกรรมการบริหารพรรค นอกจากนั้นยังมีการปฏิรูปการจัดการเลือกตั้ง โดยเฉพาะการปิดแผ่นป้ายหาเสียงที่จะต้องติดตามบอร์ดที่ กกต จัดไว้ให้ และจะต้องมีขนาดตามที่ กกต กำหนด เพื่อให้เกิดความเสมอภาคและความเท่าเทียมกัน หรือการจัดดีเบตประชันนโยบายบริหารประเทศของพรรคต่างๆ ยังมีอยู่ แต่อาจจะไม่เป็นเวทีใหญ่ อาจจะดีเบตในห้องอัดแล้วถ่ายทอดสดผ่านสถานีโทรทัศน์ ทั้งนี้หากมีการหาเสียงใส่ร้ายกันในโซเชียลมีเดีย กฎหมายได้ให้อำนาจ กกตสามารถลบข้อความดังกล่าวออกได้【อ่านข้อความเต็ม】
nrn | <动态当天时间> | อ่าน(633) | แสดงความคิดเห็น(996)
ปศุสัตว์-สธ เสียงแข็งไม่มีหวัดนก  หมอธีระวัฒน์ สวนเลิกพูดส่งข้อมูลให้ นพปิยะสกล แล้ว 28 มีนาคม พศ 2561 เวลา 09:07 น 【อ่านข้อความเต็ม】
8fb | <动态当天时间> | อ่าน(830) | แสดงความคิดเห็น(271)
เมื่อถามว่า นายกฯเชื่อหรือไม่ผู้ที่ทุจริตกองทุนเสมาฯดำเนินการเพียงคนเดียว พลอประยุทธ์ ตอบว่า จะไปเชื่ออะไร ต้องเชื่อด้วยหลักฐาน โอนเงินไปที่ใคร ถ้าไม่มีหลักฐานแล้วผมจะไปเชื่อใคร หลักฐานมีเพียงอย่างเดียวว่ามีเงินขาดหายไปจากบัญชีตรงนี้โอนเข้าไป 20 บัญชี ก็ไปดูมาอย่างไร บางทีไม่มีชื่อเจ้าของบัญชี ก็ต้องไปสอบต่อจากกระบวนการธนาคารที่เป็นคนโอนเงิน มันสอบได้อีกไกล แต่ขั้นตอนแรกคนแรกโดนก่อน 【อ่านข้อความเต็ม】
hxx | <动态当天时间> | อ่าน(188) | แสดงความคิดเห็น(155)
28 มีค61-บรรยากาศบนถนนบริเวณบ้านหนองไผ่น้อย ตำบลชุมเห็ด อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ที่ทางเทศบาลเมืองชุมเห็ดได้ร่วมกับชุมชนปลูก ต้นคูณ ไว้ตลอดสองฝั่งถนนมากกว่า 200 ต้น ระยะทางยาวกว่า 2 กิโลเมตร เพื่อเป็นร่มเงาและเพิ่มทรัพยากรป่าไม้ในชุมชน กำลังออกดอกเบ่งบานสะพรั่งเหลืองอร่ามสวยงามรับช่วงหน้าร้อน และช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ใกล้จะมาถึง สร้างความตื่นตาให้กับนักท่องเที่ยว และประชาชนที่ขับรถสัญจรผ่านไปมาบนถนนสายดังกล่าวเป็นอย่างมากกับความสวยงามของดอกคูณ บางคนอดใจไม่ได้ถึงกับต้องแวะลงมาถ่ายรูป เซลฟี่เก็บภาพความสวยงามของดอกคูณเหลืองอร่ามไว้เป็นที่ระลึกด้วย ซึ่งถือเป็นความงามทางธรรมชาติ【อ่านข้อความเต็ม】
8jb | <动态当天时间> | อ่าน(103) | แสดงความคิดเห็น(122)
ครมอนุมัติงบประมาณอัดฉีดหมู่บ้านละ 2 แสน ดันโครงการ ไทยนิยม กระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้า พร้อมไพเขียวอีกกว่าพันล้าน หลังกระทรวงเกษตรฯ ขอขยายโคงการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า ครมเห็นชอบการกำหนดหลักเกณฑ์และขั้นตอนในคู่มือการดำเนินงานโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ ตามโครงการไทยนิยมยั่งยืน หมู่บ้าน/ชุมชนละ 2 แสนบาท ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ โดยระยะเวลาดำเนินการ 120 วัน (เมย-กค61) มีเป้าหมาย 82,371 หมู่บ้าน/ชุมชน โดยสนับสนุนงบประมาณ หมู่บ้าน/ชุมชนละไม่เกิน 200,000 บาท เป็นเงิน 16,47420 ล้านบาท นายณัฐพรกล่าวว่า สาระสำคัญคือ จำนวนโครงการในแต่ละหมู่บ้านไม่เกิน 2 โครงการ ให้ดำเนินการเองหมู่บ้าน/ชุมชนละไม่เกิน 200,000 บาท ขณะที่ลักษณะโครงการจะต้องเป็นโครงการที่สามารถสร้างรายได้ให้กับประชาชนในหมู่บ้าน ชุมชนให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก รวมถึงจะต้องเป็นโครงการที่น้อมนำศาสตร์พระราชา และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ และต้องเป็นโครงการที่แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนและความต้องการของประชาชนในหมู่บ้าน/ชุมชนด้วย อย่างไรก็ตาม จะต้องจ้างแรงงานในวงเงินไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของงบประมาณ และจะต้องดำเนินโครงการให้เสร็จภายในวันที่ 31 กค2561 โดยห้ามนำงบประมาณไปต่อยอดเงินกองทุนหมู่บ้าน/ชุมชน และห้ามไปดำเนินการแจกจ่ายเป็นเงิน หรือสิ่งของให้กับประชาชนในครัวเรือนกู้ยืม พลออนุพงษ์ เผ่าจินดา รมวมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภาพรวมโครงการไทยนิยม ยั่งยืนว่า จากการพูดคุยส่วนใหญ่ประชาชนต้องการเกี่ยวกับสาธารณูปโภค โครงสร้างพื้นฐาน แต่การจะนำมาทำแผนงานโครงการต้องทบทวนอีกครั้ง โดยคาดว่างบประมาณจะได้ในเดือน เมยนี้ เวลานี้ก็ดูแผนงานที่ประชาชนต้องการและเกิดประโยชน์มากที่สุด ยืนยันว่าการพิจารณาแผนงานโครงการต่างๆ จะมีทั้งส่วนราชการ ภาคประชาชน สถานศึกษาร่วมกันพิจารณา เพื่อให้โปร่งใสและประชาชนได้รับประโยชน์ที่สุด และภาพรวมการลงพื้นที่โครงการดังกล่าวถือว่าดี ซึ่งกระทรวงมหาดไทยจะประมวลภาพรวมแล้วรายงานต่อคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง ด้าน พลทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม) ว่า ครมมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ขอเสนอทบทวนมติ ครม เพื่อขอขยายเวลาโครงการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในฤดูแล้งหลังนาปี โดยมีกรอบระยะเวลาดำเนินการ กค2560 - มิย2561 มีหลักการให้เกษตรกรในพื้นที่ 31 จังหวัด ในภาคเหนือ กลาง อีสาน ตะวันตก และตะวันออก ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทดแทนการปลูกข้าว เนื่องจากสภาพพื้นดิน และน้ำไม่เหมาะสม โดยรัฐบาลจะอุดหนุนให้ในอัตราไร่ละ 2,000 บาท รายละไม่เกิน 15 ไร่ ทั้งหมดจำนวน 7 แสนไร่ กระทรวงเกษตรฯ ขอขยายระยะเวลาการดำเนินโครงการออกไป เนื่องจากปัจจุบันมีการดำเนินการได้ 6 แสนไร่ และขอปรับเปลี่ยนจังหวัดดำเนินโครงการ จาก จอุดรธานี และ จลพบุรี เปลี่ยนเป็น จหนองคาย และ จฉะเชิงเทรา เนื่องจากสภาพความเหมาะสมของพื้นที่ และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้ขอใช้งบประมาณในการดำเนินการครั้งนี้ 1,400 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบกลางปี 2561 และมีงบดำเนินงาน 21 ล้านบาท พลทสรรเสริญกล่าว 【อ่านข้อความเต็ม】
lj8 | 2021-03-28 | อ่าน(169) | แสดงความคิดเห็น(377)
ศาลอุทธรณ์สั่งจำคุก 6 ปี สุธรรม มลิลา อดีต ผอทศท แก้สัญญาสัมปทานโทรศัพท์มือถือ ชี้ใช้อำนาจตำแหน่งโดยทุจริตเอื้อประโยชน์ เอไอเอส ในยุค ทักษิณ เป็นนายกฯ ทำองค์กรเสียรายได้ 66 หมื่นล้านบาท พร้อมสั่งชดใช้ 46 หมื่นล้าน ได้ประกันตัวระหว่างฎีกา 8 แสน ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถนครไชยศรี มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 26 มีคที่ผ่านมา ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ในคดีที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายสุธรรม มลิลา ผู้อำนวยการองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย (ทศท) ในขณะนั้น ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ โดยคำฟ้องสรุปว่า จำเลยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ ทศท ทำหน้าที่บริหารงานภายในองค์กร มีหน้าที่ปฏิบัติงานก่อให้เกิดประโยชน์แก่องค์กร เมื่อระหว่างวันที่ 12 เมย2544-15 พค2544 จำเลยปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการและกรรมการ ทศท โดยตำแหน่งกระทำความผิดกฎหมายหลายบท โดยทำสัญญาอนุญาตให้บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด มหาชน (AIS) ดำเนินกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ สัญญากำหนดว่าบริษัทเอไอเอสจะต้องลงทุนอุปกรณ์ทั้งหมด และยกให้ ทศทก่อนที่จะนำไปให้บริการแก่ผู้ใช้บริการ และกำหนดให้เอไอเอสจ่ายส่วนแบ่งรายได้โทรศัพท์ปีที่ 1-5 อัตราร้อยละ 15, ปีที่ 6-10 อัตราร้อยละ 20, ปีที่ 11-15 อัตราร้อยละ 25 และปีที่ 16-20 อัตราร้อยละ 30 ซึ่งทำให้ ทศทได้รับส่วนแบ่งรายได้น้อยลงจากเดิมที่ได้รับตามสัญญาหลักในอัตราร้อยละ 25-30 ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบส่วนแบ่งรายได้ตามสัญญาหลักกับสัญญาที่แก้ไข ทศทสูญเสียรายได้ 17,848,130,000 บาท และสูญเสียรายได้ในอนาคตถึงสิ้นสุดสัญญาสัมปทานอีกเป็นเงิน 53,490,900,000 บาท รวมเป็นเงิน 71,339,030,000 บาท ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเสียงข้างมาก วินิจฉัยว่าการแก้ไขสัญญาเพิ่มเติมครั้งที่ 6 เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับเอไอเอสตามคดีหมายเลขแดงที่ อม1/2553 ระหว่างอัยการสูงสุดกับ พตท ทักษิณ ชินวัตร (ยศขณะนั้น) และตามรายงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) การที่จำเลยปิดบังข้อเท็จจริงของฝ่ายบริหารผลประโยชน์ของ ทศท ได้มีความเห็นเสนอจำเลยว่า บริษัท TAC ต้องจ่ายให้ภาครัฐมากกว่าเอไอเอส จำเลยย่อมทราบข้อมูลความแตกต่างการพิจารณาการขอลดอัตราส่วนแบ่งรายได้ของเอไอเอสเป็นอย่างดีแล้ว แต่มิได้นำเสนอข้อมูลดังกล่าวเสนอให้ ทศททราบถึงความแตกต่าง การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำในฐานะเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 มาตรา 157 ทั้งนี้ บริษัท ทีโอที จำกัด ยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ร้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 จากการที่จำเลยลงนามข้อตกลงครั้งที่ 6 กับบริษัทเอไอเอส เป็นผลให้ผู้ร้องสูญเสียรายได้ คิดเป็นเงิน 66,060,686,73594 บาท พร้อมดอกเบี้ย 75 ต่อปี รวมเป็นเงิน 93,710,927,98184 บาท โดยจำเลยให้การปฏิเสธ ซึ่งภายหลังศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษายกฟ้อง และยกคำร้องของบริษัททีโอที ผู้ร้อง อย่างไรก็ตาม นายอำนาจ พวงชมภู อธิบดีศาลทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในขณะนั้น ได้ทำความเห็นแย้งโดยเห็นควรให้ลงโทษจำเลย ต่อมาโจทก์ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาเจตนาให้ AIS ได้ประโยชน์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงทางไต่สวนพยานโจทก์จำเลยและผู้ร้องประกอบรายงาน ปปชเรื่องการแก้ไขสัญญาครั้งที่ 6 เพื่อลดอัตราส่วนแบ่งรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบใช้บัตรจ่ายแก่เอไอเอส ในชั้นนี้ฟังได้ว่า ทศท เป็นรัฐวิสาหกิจ ต่อมาแปรสภาพเป็นบริษัท ทศท คอร์ปอเรชั่น จำกัด มหาชน และภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท ทีโอที จำกัด มหาชน สังกัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงการคลังถือหุ้นทั้งหมด และคณะกรรมการ ทศท มีคำสั่งแต่งตั้งจำเลยเป็นผู้อำนวยการ ทศท ต่อมาจำเลยแก้ไขสัญญาอนุญาตให้ดำเนินกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (ฉบับหลักลงวันที่ 27 มีค2533) ครั้งที่ 6 เมื่อวันที่ 15 พค2544 ปรับส่วนแบ่งรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบใช้บัตรจ่ายเงินล่วงหน้าแก่เอไอเอส ซึ่งตามสัญญาหลักเอไอเอสต้องจ่ายภาษีในปีที่ 1-5 อัตราร้อยละ 15, ปีที่ 6-10 อัตราร้อยละ 20, ปีที่ 11-15 อัตราร้อยละ 25 และปีที่ 16-20 อัตราร้อยละ 30 เป็นอัตราก้าวหน้าแก่ ทศท ต่อมาในการประชุมคณะกรรมการ ทศท ครั้งที่ 5/2544 เมื่อวันที่ 12 เมย2544 จำเลยเข้าร่วมประชุมและพิจารณามีความเห็นกรณีบริษัทเอไอเอสขอลดส่วนแบ่งรายได้จากร้อยละ 25 เหลือร้อยละ 20 นอกจากจะเป็นการส่งเสริมให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรมแล้ว ทศทและประชาชนน่าจะได้รับผลประโยชน์โดยตรง จึงมีมติเห็นชอบที่ ทศทจะเรียกเก็บในอัตราร้อยละ 20 ของมูลค่าหน้าบัตร โดยมีเงื่อนไขให้ ทศทเจรจากับเอไอเอสให้ได้ข้อยุติเรื่องการนำส่งส่วนแบ่งรายได้ให้ ทศทเป็นรายเดือน และนำผลประโยชน์ที่เอไอเอสได้รับ ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ให้บริการพร้อมให้กำหนดเงื่อนไขไว้ในท้ายสัญญา โดยจำเลยในฐานะผู้อำนวยการ ทศทลงนามข้อตกลงต่อท้ายสัญญาครั้งที่ 6 กับบริษัทเอไอเอสมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 มิย2544 ว่าให้เอไอเอสแบ่งส่วนรายได้ในอัตราร้อยละ 20 ของมูลค่าหน้าบัตร ซึ่งศาลฎีกาฯ เคยวินิจฉัยว่าเป็นการเอื้อประโยชน์แก่บริษัทเอไอเอส ไม่ใช่การทำเพื่อประโยชน์ของราชการ และทำให้ ทศทเสียหาย อีกทั้งการแก้ไขสัญญาในครั้งนั้นอัตราส่วนแบ่งรายได้แบบใช้บัตรจ่ายเงินล่วงหน้า ควรเป็นไปตามสัญญาหลัก เนื่องจากการกำหนดส่วนแบ่งรายได้ที่ต้องจ่ายแก่คู่สัญญาภาครัฐในแบบอัตราก้าวหน้าหรือขั้นบันได เป็นการกำหนดอัตราที่มีความเป็นธรรมแก่คู่สัญญาฝ่ายรัฐผู้ให้สัญญา เพราะได้กำหนดค่าผลประโยชน์ตอบแทนให้แก่รัฐผู้ให้สัญญาตามสัดส่วนของรายได้ ศาลเห็นว่า หลังจากจำเลยลงนามในสัญญาลดส่วนแบ่งรายได้ครั้งที่ 6 ให้แก่บริษัทเอไอเอส ในการประชุม ทศทครั้งที่ 8/2544 จำเลยกลับรายงานต่อที่ประชุมว่า อยู่ระหว่างการดำเนินการทำร่างข้อตกลงต่อท้ายสัญญาครั้งที่ 6 ทั้งที่ความจริงจำเลยได้ลงนามในข้อตกลงครั้งที่ 6 ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2544 โดยมิได้กำหนดข้อตกลงให้มีการพิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์การเรียกเก็บเงินส่วนแบ่งรายได้ในโอกาสต่อไป อีกทั้งจำเลยทราบดีว่าการกำหนดอัตราค่าเชื่อมโยงแก่บริษัท TAC จากอัตราร้อยละ 200 บาท ต่อหมายเลข ต่อเดือน เป็นอัตราร้อยละ 18 ของราคาหน้าบัตร เป็นอัตราเชื่อมโยงขึ้นใหม่ ไม่ใช่การลดอัตราตามที่เอไอเอสกล่าวอ้าง และ TAC ยังจ่ายผลตอบแทนให้ ทศทสูงกว่าที่เอไอเอสจ่าย แสดงให้เห็นเจตนาของจำเลยปกปิดข้อเท็จจริง ไม่แจ้งให้ที่ประชุมทราบด้วยเจตนาจะให้เอไอเอสได้รับผลประโยชน์จากการลดส่วนแบ่ง และศาลฎีกาฯ ได้วินิจฉัยไว้ชัดแจ้งว่าข้อตกลงสัญญาฉบับที่ 6 ที่จำเลยลงนามเอื้อประโยชน์แก่เอไอเอสต้องชดใช้ 46 หมื่นล้าน ที่จำเลยอ้างว่าที่ประชุมไม่มีคำถาม จำเลยจึงไม่ต้องรายงานข้อเท็จจริง นอกจากเป็นการกล่าวอ้างที่ไม่สมเหตุสมผลแล้ว โดยตำแหน่งที่จำเลยดำรงอยู่นั้น ต้องรักษาผลประโยชน์ขององค์กร สมควรแจ้งข้อเท็จจริงที่เป็นผลประโยชน์ได้เสียขององค์กรให้ที่ประชุมร่วมกันพิจารณาด้วยความรอบคอบ บ่งชี้ให้เห็นเจตนาของจำเลยในการลงนามสัญญาครั้งที่ 6 ถือว่าเป็นการใช้อำนาจตำแหน่งโดยทุจริต ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ ทศทได้รับส่วนแบ่งน้อยลง การกระทำที่มุ่งให้เอไอเอสได้ประโยชน์ เป็นการกระทำโดยทุจริตครบองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 เมื่อการกระทำจำเลยเป็นความผิดอันเป็นบทเฉพาะแล้ว จึงไม่ปรับบทมาตรา 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญาซึ่งเป็นบททั่วไป ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น ส่วนจำเลยต้องรับผิดค่าสินไหมทดแทนแก่บริษัททีโอทีหรือไม่ เห็นว่าแม้ทีโอทีจะไม่ได้อุทธรณ์ในส่วนคดีแพ่งก็ตาม แต่ได้ยื่นคำร้องเข้ามา ตามมาตรา 44/1 เมื่อโจทก์ยื่นอุทธรณ์จึงถือว่าคำร้องดังกล่าวได้อุทธรณ์ด้วยทำนองเดียวกัน และเมื่อข้อเท็จจริงส่วนอาญาฟังว่าจำเลยใช้อำนาจในทางทุจริต จำเลยต้องรับผิดชอบใช้เงินแก่ทีโอที โดยบริษัททีโอทีได้คำนวณค่าเสียหายที่ต้องขาดรายได้จากเงินส่วนแบ่งตลอดอายุสัญญาแต่ละช่วงเป็นต้นเงิน 66,060,686,73594 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 75 ต่อปี โดยจำเลยไม่มีพยานหลักฐานใดนำมาไต่สวนเป็นอย่างอื่น แต่ข้อเท็จจริงแม้เชื่อได้ว่าบริษัททีโอทีได้รับความเสียหายตามจำนวนดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตาม การพิจารณาอนุมัติลดอัตราส่วนแบ่งรายได้แก่เอไอเอสเป็นมติคณะกรรมการฯ จำเลยไม่ได้พิจารณาแต่เพียงลำพัง หากจำเลยต้องรับผิดเต็มจำนวนความเสียหายคงไม่เป็นธรรม จึงสมควรให้จำเลยรับผิดเพียงกึ่งหนึ่ง เป็นเงิน 46,855,463,99092 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 75 ต่อปี ของต้นเงิน 33,030,343,36797 นับตั้งแต่วันที่ 4 กค2559 ซึ่งเป็นวันที่บริษัททีโอทียื่นคำร้อง พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 (เดิม) จำคุก 9 ปี พยานหลักฐานที่จำเลยนำเข้าไต่สวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ 1 ใน 3 คงจำคุก 6 ปี และให้จำเลยชำระเงิน 46,855,463,99092 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 75 ต่อปี ของเงินต้น 33,030,343,36797 บาท นับตั้งแต่วันที่ 4 กค 2559 ต่อมาจำเลยได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์จำนวน 8 แสนบาท ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา โดยศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ประกันตัวไป โดยกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล【อ่านข้อความเต็ม】
bzh | 2021-03-28 | อ่าน(311) | แสดงความคิดเห็น(628)
วันที่ 27 มีค ที่กรมปศุสัตว์ มีการแถลงข่าวร่วม 5 หน่วยงาน ปะกอบด้วย กรมปศุสัตว์ กรมควบคุมโรค กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กรมอนามัย และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย) เกี่ยวกับสถานการณ์และนโยบายการควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า โดยนสพจีระศักดิ์ พิพัฒนพงศ์โสภณ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า กรมปศุสัตว์ ได้มีการบูรณาการการทำงานป้องกันควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า ร่วมกับ กระทรวงสาธารณสุข(สธ) โดยกรมควบคุมโรค กรมอนามัย อย และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อดำเนินการให้โรคพิษสุนัขบ้าหมดไปจากประเทศไทยภายในปี 2563 ตามพรบโรคระบาดที่อยู่ภายใต้การดูแลของกรมปศุสัตว์ โดยได้ตั้งเป้าไว้ว่าจะมีการการฉีดวัคซีนให้แก่สุนัข-แมว 824 ล้านตัว โดยจากการดำเนินการสะสมตั้งแต่เดือนตุลาคม 2560 จนถึงวันนี้รวมทั้งสิ้น 3,014,137 ตัว โดยการฉีดวัคซีนรอบจุดเกิดโรคในรัศมี 5 กมได้ 100 % แล้ว และคาดว่าในช่วงรณรงค์ ในเดือนมีค-พคจะได้ 80 % ของสุนัข-แมวทั่วประเทศ สำหรับการผ่าตัดทำหมันซึ่งมีเป้าหมาย 300,000 ตัว มีการดำเนินการสะสมตั้งแต่เดือนตุลาคม 2560 จนถึงวันนี้รวมทั้งสิ้น จำนวน 137,255 ตัว พร้อมทั้งในช่วง มกราคม-มีนาคม ได้มีการประกาศเขตโรคชั่วคราว 39 จังหวัด ขณะนี้ เหลือ 27 จังหวัด【อ่านข้อความเต็ม】
z7f | 2021-03-28 | อ่าน(121) | แสดงความคิดเห็น(902)
ประยุทธ์ จ่อให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความกฎหมายลูก สส ตอกย้ำไม่อยากให้มีปัญหาขณะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย อ้อนศาลให้ความสำคัญเร่งเคาะตามกำหนดโรดแมป ประวิตร รับถอดสลักระเบิดเวลาก่อนมีปัญหา เพื่อแม้ว ขย่มทันควันแผนสืบทอดอำนาจ นายกฯ ซัดกลุ่มอยากเลือกตั้งมีเบื้องหลัง ขู่ฟันหากทำผิดกฎหมาย บิ๊กจอม ลั่นทหารคือ คสช อึ้ง!ธนาธร-ปิยบุตรประสานเสียงทำลายความหวังคนไทยหากล้มอนาคตใหม่ เมื่อวันอังคาร มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่น่าสนใจ เวลา 0840 น นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) เดินทางมายังตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเข้าพบหารือกับ พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) และฝ่ายกฎหมายของรัฐบาล ถึงร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส) และ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว)ภายหลังการหารือกว่า 1 ชั่วโมง นายพรเพชรกล่าวว่า พลอประยุทธ์ได้ถามความเห็นหลายเรื่อง รวมทั้งขั้นตอนดำเนินการอย่างไรต่อไป โดยได้อธิบายว่าทำไมไม่ส่งร่าง พรบประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย สสและทำไมส่งร่าง พรบประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งวุฒิสภา (สว) ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ซึ่งนายกฯ มีเวลา 5 วัน และรออีก 20 วัน ที่จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย รวมเป็น 25 วัน ดังนั้นตราบใดที่นายกฯ ยังไม่ทูลเกล้าฯ ถวาย สนชมีสิทธิ์ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งยืนยันว่าไม่มีการส่งกลับแน่นอน ส่วนจะมีใครยื่นตีความหรือไม่นั้น ไม่ทราบนายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช กล่าวถึงกระแสข่าว พลอประยุทธ์มีความเห็นส่งร่าง พรบประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย สสกลับมา สนช เพื่อให้ยื่นศาลวินิจฉัยว่า ไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อน แต่ทราบมาว่าได้มีการสั่งการให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาเตรียมรายละเอียดเอาไว้หากเกิดกรณีนี้ขึ้นมาในช่วงบ่าย พลอประยุทธ์กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า วันนี้รัฐบาลได้รับร่าง พรบประกอบรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวมาแล้ว และเรายังมีเวลาพิจารณาก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายจนถึงวันที่ 12 เมยนี้ ซึ่งได้สั่งให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบตามขั้นตอนปกติ ว่าควรต้องยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความหรือไม่อย่างไร แต่กำหนดการเลือกตั้งยังคงอยู่ภายใต้โรดแมปที่วางไว้ และหากยื่นตีความก็ไม่น่าช้าเกินไป ก็ขอความกรุณาให้ศาลรับเรื่องกฎหมายลูกไปเป็นประเด็นสำคัญ ช่วยรัฐบาลดูแลให้อยู่ในกรอบโรดแมป รัฐบาลยังยืนยันในโรดแมป ซึ่งเรื่องดังกล่าวถือเป็นความเห็นของแต่ละฝ่าย ที่ผ่านมาอาจมีเจตนาดีและหวังให้เร็วขึ้นตามกระแสสังคมต้องการ แต่พอมีปัญหามากๆ ก็ไม่อยากนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เพราะไม่ต้องการให้มีปัญหาในช่วงขั้นตอนดังกล่าว พลอประยุทธ์ระบุ พลอประยุทธ์กล่าวว่า ร่าง พรปฉบับนี้มีปัญหาอยู่ 2 จุด คือปัญหาการไปช่วยเหลือผู้พิการในการกาสิทธิเลือกตั้ง แล้วให้ถือว่าเป็นการลงคะแนนลับ ซึ่งในข้อเท็จจริงแม้มีจำนวนไม่มากเท่าไหร่ แต่เมื่อเป็นประโยชน์ ก็ต้องหารือร่วมกันว่าจะผิดหรือไม่ ต้องให้ฝ่ายกฎหมายไปดูและทบทวนก่อนว่าควรทำอย่างไรต่อไป ซึ่งไม่อยากให้เกินเลยห้วงเวลาโรดแมปที่กำหนดไว้ ส่วนเรื่องกล่าวหาว่าไปละเมิดสิทธิกรณีห้ามคนไม่ไปเลือกตั้งเป็นข้าราชการการเมือง เป็นการตัดสิทธิหรือเสรีภาพนั้น ใครเห็นว่าไปละเมิดสิทธิตัวเองในการเป็นข้าราชการก็สามารถฟ้องได้ภายหลัง เรื่องนี้มีหลายเหตุผลด้วยกัน สิ่งสำคัญที่ระมัดระวังมากที่สุด คือทำอย่างไรให้ไม่มีปัญหาในขั้นตอนการนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยลงมา เรื่องนี้จะขัดแย้งกันไม่ได้ ขอให้เข้าใจรัฐบาลด้วยลั่นไม่ให้กระทบโรดแมป ไม่ใช่ว่ารัฐบาลจะโยนทุกอย่างขึ้นไป หรือปัดความรับผิดชอบไปที่อื่น รัฐบาลนี้ไม่ทำเช่นนั้นแน่นอน ต้องแก้ปัญหาระดับนี้ให้ได้ก่อน และผมก็ยืนยันอยู่แล้วว่าจะไม่ให้กระทบโรดแมป พลอประยุทธ์กล่าว เมื่อถามว่า เคยข้องใจหรือไม่ว่าการเขียนกฎหมายของ สนชและคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ) ซึ่งล้วนเป็นมืออรหันต์ แต่วันนี้กลับทำให้เกิดข้อสงสัยในหลายประเด็น พลอประยุทธ์กล่าวว่า อย่าไปตั้งเป็นประเด็น เพราะเป็นการพิจารณาของทั้งสภา มีทั้งผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ถือเป็นกลไกของกฎหมาย และการออกกฎหมาย ส่วนตัวคิดว่าเป็นเรื่องดีที่ขัดแย้ง ไม่ใช่คล้อยตามหมดทุกเรื่อง ก็ไปว่ากันมา รัฐบาลก็มีหน้าที่ทำให้การเลือกตั้งเป็นไปตามที่กำหนด สุดแต่ว่าจะทำได้อย่างไร รัฐธรรมนูญก็เขียนไว้อย่างชัดเจนแล้ว เมื่อถามว่า สรุปแล้วจะส่ง พรปว่าด้วย สสให้ตีความหรือไม่ พลอประยุทธ์กล่าวว่า ยังไม่เสร็จ และยังไม่ได้พูดกันว่าจะยื่นหรือไม่ยื่น กำลังพิจารณาร่วมกันอยู่ ถ้าเห็นชอบร่วมกันก็ไปพิจารณาร่วมกันว่าจะเอาอย่างไร วันนี้จะเสนอให้ตีความหรือไม่ยังไม่รู้ ยังมีเวลา แต่ได้บอกไปแล้วว่าไม่ว่าจะยื่นตีความหรือไม่ ต้องคำนึงถึงโรดแมปด้วย เดี๋ยวหาว่าผมไปถ่วงเวลา เป็นทฤษฎีสมคบคิด มันไม่ใช่ พวกคุณไปคิดกันเองนั่นแหละ พวกคุณสมคบคิดกันเองว่าต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แล้วรัฐบาลทำอะไรได้ รัฐบาลก็เดินหน้าไปตามกรอบเวลาที่กำหนดและตามกฎหมายที่มีอยู่ ผมไม่ได้ต้องการลากยาวอะไรทั้งสิ้น ส่วนเมื่อเลือกตั้งแล้วจะได้อย่างไร ก็ไม่ใช่เรื่องของผมแล้ว อย่ามาโทษรัฐบาลนี้ว่าเลือกตั้งแล้วก็ได้คนไม่ดีเข้ามาอีก เพราะผมไม่ได้เป็นคนเลือกตั้งรัฐบาลกับเขา พลอประยุทธ์กล่าว และว่า วันนี้จึงต้องไปพิเคราะห์ว่ากฎหมายจะมีผลกระทบในวันข้างหน้าหรือไม่ ไม่ใช่พอเลือกตั้งไปแล้วก็ไปฟ้องศาลรัฐธรรมนูญกันอีก แล้วจะทำอย่างไร ถ้ามันผิดแล้วทุกอย่างมันฟาวล์ทั้งหมดหรือ แล้วจะให้รับผิดชอบอีกหรืออย่างไรเมื่อถามว่า ขณะนี้สามารถยืนยันได้หรือไม่ว่าการเลือกตั้งจะไม่โมฆะ พลอประยุทธ์กล่าวว่า ถ้า พรปว่าด้วยการเลือกตั้ง สส ออกมาชัดเจนไม่มีปัญหา การเลือกตั้งก็ไม่โมฆะ ซึ่งกำลังทำไม่ให้เป็นโมฆะอยู่ถามย้ำว่า ฉะนั้นพูดได้หรือไม่ว่าการเลือกตั้งต้องไม่เป็นโมฆะ พลอประยุทธ์กล่าวว่า เฮ้ย พูดไม่ได้ มันอยู่ที่คนทุกคน อยู่ที่สื่อด้วย ไม่ใช่อะไรก็นายกฯ ถ้าทำคนเดียวคงไม่ยากขนาดนี้หรอก แต่มันก็ไม่ได้ นายกฯ ไม่ใช่ผู้วิเศษ ฉันไม่ใช่ผู้วิเศษ ฟังเพลงสิ เข้าใจไหม เข้าใจหรือยัง เสียงลือเสียงเล่าอ้างอันใดพี่เอยพลอประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมวกลาโหม กล่าวในเรื่องนี้ว่า พลอประยุทธ์กำลังพิจารณาอยู่ ส่วนจะให้ สนชหรือคณะรัฐมนตรี (ครม) ยื่นตีความนั้น ยังไม่ทราบ เพราะยังไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร ทราบเพียงว่านายกฯ กำลังพิจารณาอยู่ และยืนยันไม่กระทบโรดแมป ถ้าทำอะไรก็ต้องทำให้อยู่ในกรอบของเดือน กพ2562เมื่อถามว่า หากศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาให้แก้ไขก็อาจกระทบกับวันเลือกตั้งตามที่นักกฎหมายหลายฝ่ายคาดไว้ พลอประวิตรกล่าวว่า ถ้าเป็นเช่นนั้นร่าง พรปว่าด้วยการเลือกตั้ง สสก็ต้องตกไป ก็ต้องทำใหม่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเรายังไม่รู้ว่าจะยื่นตีความหรือไม่ เพราะเรื่องนี้ต้องหารือกับหลายภาคส่วน โดยเฉพาะเรื่องการขัดต่อเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ ซึ่งเราคิดอย่างนั้น ถึงได้พิจารณา ถ้าไม่คิดเช่นนั้นจะพิจารณาทำไม กำลังให้นักกฎหมายพิจารณาให้ชัดเจนอยู่ว่าที่ สนชทำมาขัดกับรัฐธรรมนูญหรือไม่รับถอดสลักระเบิดเมื่อถามว่า กลัวเรื่องนี้จะเป็นระเบิดเวลาในอนาคตหรือไม่ ถึงต้องพิจารณาเพื่อถอดสลักก่อน พลอประวิตรกล่าวยอมรับว่า ใช่ส่วนนายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวว่า ที่ประชุม ครมไม่ได้พูดคุยกันในเรื่องนี้ โดยทราบจากข่าวเท่านั้น และไม่ทราบว่าร่างกฎหมายถูกส่งมาถึงนายกฯ หรือยัง เพราะเป็นเรื่องของ สนชที่จะดำเนินการ และแม้ สนชส่งร่างกฎหมายมาที่นายกฯ แต่ สนชยังสามารถเข้าชื่อเพื่อยื่นศาลตีความได้ตามกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนดเลขาฯ กฤษฎีกายังกล่าวถึงความคืบหน้าการจัดเตรียมกฎหมายเกี่ยวกับเลือกตั้งท้องถิ่น 6 ฉบับ ว่า คณะกรรมการกฤษฎีกาคณะพิเศษกำลังพิจารณาร่างแก้ไขของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) และกระทรวงมหาดไทย ซึ่งต้องปรับแก้ประมาณ 130 มาตรา หรือเกือบทั้งฉบับ เพราะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เสนอกลไกต่างๆ เพิ่มเติมเข้ามา ทำให้ตอบไม่ได้ว่าจะใช้เวลาปรับเปลี่ยนแก้ไขเท่าไร และตอบไม่ได้อีกว่าจะส่งผลให้การเลือกตั้งท้องถิ่นต้องเลื่อนออกไปจากกำหนดเดิมที่คาดว่าเป็นในช่วงกลางปีหรือไม่ แต่จะพยายามทำให้เร็วที่สุด โดยไม่ขอพูดถึงเรื่องเวลา เพราะไม่อยากพูดกลับไปกลับมาขณะที่นายชูศักดิ์ ศิรินิล หัวหน้าฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย (พท) ตั้งข้อสังเกตว่า ฝ่ายรัฐบาลกำลังเล่นเกมอะไรหรือไม่ ทำไมกลับไปกลับมา มีนัยอะไรกันแน่ หากทำจริงจะทำให้การเริ่มนับหนึ่งในการนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายของกฎหมายนี้ต้องเลื่อนออกไป นอกจากนี้เมื่อยื่นให้ศาลแล้ว ไม่รู้จะให้เวลาพิจารณาเท่าไหร่ หากวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญ ต้องแก้ไขอีก ต้องใช้เวลา ดังนั้นหากเป็นเช่นนี้ ก็มีผลต่อโรดแมปเลือกตั้งแน่นอน ไม่เข้าใจว่ามีเจตนาอะไร หรือกำลังเล่นปาหี่เล่นเกมยื้อเวลา หรือซื้อเวลาให้การเลือกตั้งช้าออกไป อย่างนี้ทำให้ประชาชนไม่มั่นใจ ที่สำคัญเรื่องนี้แสดงให้เห็นว่าคนที่เป็นองคาพยพเดียวกัน มีเจตนาที่ทำให้กฎหมายเกิดปัญหาขึ้น หากจะเขียนให้กฎหมายถูกต้องตามรัฐธรรมนูญย่อมทำได้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เมื่อเป็นอย่างนี้ เราก็จะเห็นร่องรอยของเจตนาให้การเลือกตั้งเลื่อนออกไป พลอประยุทธ์ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกลุ่มคนอยากเลือกตั้งเริ่มเคลื่อนไหวฝ่าฝืนคำสั่ง คสชว่า ไม่ได้ให้ความสำคัญอะไรมากมาย เพราะรู้ว่าเป็นคนกลุ่มเดิม และมีวัตถุประสงค์อย่างอื่นด้วย อาจมีการสนับสนุนมากจากภายนอกบ้างอะไรบ้าง ซึ่งไม่ใช่เจตนาบริสุทธิ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ อาจมีผู้บริสุทธิ์ร่วมกลุ่มเพราะหวังดี มันก็มีอยู่ ซึ่งเมื่อมีแกนนำอะไรต่างๆ ก็ต้องตรวจสอบว่าเชื่อมโยงพรรคการเมืองใดหรือไม่ในการละเมิดกฎหมายเหล่านี้ ซึ่งจะมีผลในเรื่องพรรคการเมืองด้วยในอนาคต ฉะนั้นจะตรวจสอบทั้งทางลึกทุกอัน ไม่ได้ไปปิดกั้น เพียงแต่ให้เขาเข้าใจว่าวันนี้บ้านเมืองต้องการอะไร หากอยากเลือกตั้ง เราก็ให้มีการเลือกตั้ง ระยะเวลาก็ออกมาหมดแล้ว กฎหมายก็ออกมาแล้ว แล้วจะเร่งเลือกตั้งได้อย่างไร แสดงว่ามีจุดประสงค์อย่างอื่นหรือเปล่า ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ข้อสำคัญเท่าที่ทราบตอนนี้ ประชาชนอื่นๆ ที่เขาเดือดร้อนกำลังจะร้องทุกข์กล่าวโทษมา ผมไม่อยากให้เด็กเหล่านี้ต้องไปติดคดีความ แล้วกลับมาโทษรัฐบาลอีก สิ่งอันตรายมันจะเกิดขึ้นหรือไม่ เมื่อมีคนมาประท้วง แต่คนไม่เห็นด้วยก็มีอยู่ ถ้าเกิดอะไรขึ้นจะทำอย่างไร จะบานปลายเหมือนเดิมอีก ฉะนั้นขอให้เลิกเถอะ เพราะการจัดม็อบฝ่าฝืนคำสั่ง เมื่อมีคำสั่งขนาดนี้ยังฝ่าฝืนกัน วันหน้าจะเกิดอะไรขึ้น ผมไม่แน่ใจ ไม่ใช่ผมมาขู่ หลายคนบอกว่าผมมาพูดในสิ่งที่ยังไม่เกิด แต่มันก็เริ่มจากตรงนี้ทุกทีทุกครั้งไป นายกฯ กล่าวย้ำ ทหาร คือ คสช ส่วน พลออจอม รุ่งสว่าง ผู้บัญชาการทหารอากาศ กล่าวถึงกรณีกลุ่มคนอยากเลือกตั้งเรียกร้องให้ ผบเหล่าทัพแยกขาดจาก คสช ว่าเรื่องนี้ที่ผ่านมา พลอประวิตรและ พลอเฉลิมชัย สิทธิสาท ผบทบได้ตอบคำถามไปหมดแล้ว ส่วนที่กลุ่มคนดังกล่าวมีแนวโน้มจะเดินทางมากดดันที่ ทอนั้น ก็จะตั้งโต๊ะ เลี้ยงน้ำ เกรงว่าจะเหนื่อย เพราะระยะทางไกล แต่คิดว่าคงไม่มา ส่วนการปฏิบัติหน้าที่ของ คสชเองก็ไม่ได้ไปแทรกแซงการเมือง เพราะหน้าที่ของเราจริงๆ คือทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อยเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งที่ดี ซึ่งก็มีหน้าที่แค่นั้น โดย คสชก็คือทหาร จึงไม่มีความเป็นไปได้ที่ ผบ เหล่าทัพจะออกจากการเป็นสมาชิก คสช และขอให้กลุ่มดังกล่าวอย่าทำอะไรผิดกฎหมายพลอประยุทธ์ยังกล่าวถึงท่าทีตนเองในการยินยอมให้พรรคการเมืองเสนอชื่อเป็นนายกฯ คนนอกว่า ยังไม่ได้พิจารณาในเรื่องนี้ ถามมาหลายครั้งแล้ว หากพรรคการเมืองจะเสนอชื่อมาก็รับได้พรรคเดียว และยังไม่รู้ว่าจะดูพรรคไหน ยังไม่รู้เหมือนกัน เวลายังมี ต้องค่อยๆ ดูนโยบายพรรค จะรับหรือไม่ก็ไม่รู้เหมือนกัน วันนี้ขอทำงานไปก่อน หลายโครงการกำลังขับเคลื่อน ไม่ใช่เพื่อหวังผลทางการเมือง จริงๆ แล้วผมอยากให้ไปเสนอชื่อคนอื่นดูก่อน ไม่มีหรืออย่างไร ถ้ามีก็ไปขอคนอื่นดูก่อน แล้วค่อยมาพูดกับผม ไม่ใช่เอาผมเป็นตัวตั้ง ผมไม่ใช่คนเก่งดีเลิศประเสริฐศรีคนเดียวเมื่อไหร่ นายกฯ กล่าว เมื่อถามอีกว่า เมื่อไหร่จะชัดเจนถึงการตอบรับพรรคการเมืองที่เสนอชื่อเป็นนายกฯ คนนอก พลอประยุทธ์กล่าวว่า ยังไม่รู้ ไปหาคนอื่นก่อนได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้แล้วค่อยมาหาตน เดี๋ยวจะหาว่าอยากเป็น เดี๋ยวก็มีเรื่องอีกวันเดียวกัน พตอจรุงวิทย์ ภุมมา รักษาการเลขาธิการ กกต กล่าวถึงผลประชุม กกตว่า ที่ประชุมได้หารือถึงปัญหาเรื่ององค์ประชุมของ กกต หลังนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต ยุติการปฏิบัติหน้าที่ โดยจะยึดตามหลักสัดส่วนที่กฤษฎีกาเคยเสนอแนะมา ทำให้ปัจจุบันเหลือ กกต 4 คน องค์ประชุมก็จะเป็น 3 คน และการลงมติให้ใช้เสียงข้างมาก กรณีเกิดปัญหาเสียงเท่ากัน ก็ให้ประธานที่ประชุมออกเสียงชี้ขาดอีกหนึ่งเสียง และคงไม่ต้องหารือไปยังกฤษฎีกาอีก พตอจรุงวิทย์ยังกล่าวถึงกรณีสมาพันธ์ประชาชนตรวจสอบรัฐไทย (สปท) ร้องให้ตรวจสอบการขอตั้งพรรคอนาคตใหม่ เนื่องจากนายปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้ร่วมก่อตั้งมีแนวคิดแก้ไขกฎหมายอาญา มาตรา 112 ว่า ยังไม่เห็นรายละเอียดคำร้อง แต่ขั้นตอนยื่นขอจดจัดตั้งพรรค นายทะเบียนพรรคการเมืองตรวจสอบเฉพาะว่าผู้ขอจดจัดตั้งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ ชื่อ ภาพเครื่องหมายเข้าลักษณะต้องห้ามหรือไม่เท่านั้น เรื่องคำประกาศอุดมการณ์ทางการเมืองของพรรค นโยบายพรรค หรือข้อบังคับพรรคนั้น นายทะเบียนพรรคการเมืองจะเข้าไปตรวจสอบอย่างละเอียดเมื่อพรรคมายื่นจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองแล้ว ซึ่งเป็นการดำเนินการหลังประชุมสมาชิกพรรค 500 คน แต่งตั้งหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค และรับรองข้อบังคับพรรคแล้ว แต่หากผู้ร้องเห็นว่ามีบุคคลกระทำผิดกฎหมายอาญาก็สามารถที่แจ้งความให้ดำเนินคดีได้อยู่แล้วอย่าทำลายความหวังคนไทย!นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ รองประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัทไทยซัมมิท ผู้ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่โพสต์เฟซบุ๊กในเรื่องนี้ว่า ยังคงมีความพยายามอย่างต่อเนื่องในการขัดขวางไม่ให้พรรคอนาคตใหม่ได้ถือกำเนิด ขอให้ กกตหนักแน่นในการทำตามกฎหมายอย่างเป็นธรรม และขอให้ คสชเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองใหม่ได้มีบทบาท ตามที่ พลอประยุทธ์เคยกล่าวไว้ว่า อยากเห็นนักการเมือง พรรคการเมืองหน้าใหม่ๆ สร้างสรรค์การเมืองใหม่ให้กับประเทศไทย อย่าทำลายความหวัง ความตั้งใจของประชาชนเลยนายปิยบุตรโพสต์ข้อความชี้แจงอย่างละเอียดในเรื่องนี้ผ่านเฟซบุ๊กเช่นกัน โดยระบุว่า การร่วมรณรงค์แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เป็นการกระทำและความเห็นส่วนตน ซึ่งเกิดขึ้นก่อนหน้า ไม่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่แต่อย่างใด ความเห็นส่วนตัว จึงไม่ใช่นโยบายของพรรค และไม่ใช่คำประกาศอุดมการณ์ของพรรคในอนาคต ณ เวลานี้ การจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่ยังอยู่ในขั้นตอนยื่นคำขอ ยังไม่มีพรรคอนาคตใหม่เกิดขึ้นตามระบบกฎหมาย เมื่อพรรคยังไม่เกิดขึ้น จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะประชุมพรรค และจัดทำข้อบังคับพรรค กำหนดคำประกาศอุดมการณ์ทางการเมืองของพรรค และนโยบายของพรรคได้ ดังนั้นที่นายสนธิญาอ้างว่าพรรคอนาคตใหม่มีข้อบังคับที่อาจก่อให้เกิดความแตกแยกระหว่างชนในชาติ ต้องห้ามตามมาตรา 14 นั้น จึงเป็นกรณีที่นายสนธิญาจินตนาการไปเอง นายปิยบุตรกล่าวนายปิยบุตรกล่าวอีกว่า เพื่อให้สาธารณชนเข้าใจตรงกัน และเพื่อป้องกันมิให้กลุ่มบุคคลผู้ไม่ต้องการให้ประเทศไทยเปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตยได้ฉวยโอกาสนำเรื่องเหล่านี้มาปลุกระดมโฆษณาชวนเชื่อเพื่อขัดขวางการเกิดขึ้นของพรรคอนาคตใหม่ได้ ขอยืนยันว่าจะไม่นำเรื่องการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 มาเกี่ยวข้องกับพรรค และไม่นำไปผลักดันในพรรค ขออย่าขัดขวางการเกิดขึ้นของพรรคอนาคตใหม่เลย ต่อให้วันนี้ขัดขวางไม่ให้พรรคอนาคตใหม่เกิดขึ้นได้ แต่ก็จะมีประชาชนอีกจำนวนมากที่อยากให้มีพรรคการเมืองแบบพรรคอนาคตใหม่เกิดขึ้นอยู่ดีในวันหน้า เพราะการขัดขวางการเกิดขึ้นของพรรคอนาคตใหม่ มันคือการทำลายความหวังของประชาชนผู้ใฝ่ฝันถึงอนาคตใหม่ด้วย ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป) ได้สาธิตขั้นตอนการยืนยันความป็นสมาชิกพรรคในระหว่างวันที่ 1-30 เมย โดย ปชปได้จัดทำแอปพลิเคชันชื่อ D-Connect เพื่ออำนวยความสะดวก ซึ่งอ้างอิงจากเลข 13 หลักในบัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งระบบจะดึงข้อมูลสมาชิกจากฐานข้อมูลของ กกต รวมทั้งสามารถโอนเงินชำระค่าสมาชิกพรรคโดยผ่านระบบคิวอาร์โค้ดได้ด้วย 【อ่านข้อความเต็ม】
tpj | 2021-03-28 | อ่าน(653) | แสดงความคิดเห็น(58)
คาดพิษสุนัขบ้าเริ่มนิ่งพค ปศุสัตว์ ตั้งงบฯ15ล้านฉีดวัคซีนสุนัข10ล้านตัว  27 มีนาคม พศ 2561 เวลา 19:54 น ประชุม 5 หน่วยงานสถานการณ์และนโยบายการควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า กรมปศุสัตว์เผยตั้งงบฯ 15 ล้านบาท ประชากรสุนัข 10 ล้านตัว คาดฉีดวัคซีนสุนัข คาดเดือนพคนี้ ฉีดได้ 80% เชื่อสถานการณ์จะนิ่งขึ้นแน่ วอนประชาชนที่เป็นเจ้าของหมา แมว รีบพาไปฉีดวัคซีน เพื่อให้การรับวัคซีนทั่วถึง【อ่านข้อความเต็ม】
x7d | 2021-03-27 | อ่าน(693) | แสดงความคิดเห็น(645)
ต่อมาในการประชุมคณะกรรมการ ทศทครั้งที่ 5/2544 เมื่อวันที่ 12 เมย 2544 จำเลยเข้าร่วมประชุมและพิจารณามีความเห็นกรณีบริษัทเอไอเอสขอลดส่วนแบ่งรายได้จากร้อยละ 25 เหลือร้อยละ 20 นอกจากจะเป็นการส่งเสริมให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรมแล้ว ทศทและประชาชนหน้าจะได้รับผลประโยชน์โดยตรงจึงมีมติเห็นชอบ ที่ ทศทจะเรียกเก็บในอัตราร้อยละ 20 ของมูลค่าหน้าบัตร โดยมีเงื่อนไขให้ ทศทเจรจากับเอไอเอสให้ได้ข้อยุติเรื่องการนำส่งส่วนแบ่งรายได้ให้ ทศทเป็นรายเดือน และนำผลประโยชน์ที่เอไอเอสได้รับ ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ให้บริการพร้อมให้กำหนดเงื่อนไขไว้ในท้ายสัญญา โดยจำเลยในฐานะผู้อำนวยการทศทลงนามข้อตกลงต่อท้ายสัญญาครั้งที่ 6 กับบริษัทเอไอเอสมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 มิย 2544 ว่าให้เอไอเอสแบ่งส่วนรายได้ในอัตราร้อยละ 20 ของมูลค่าหน้าบัตร ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเคยวินิจฉัยว่าเป็นการเอื้อประโยชน์แก่บริษัทเอไอเอส ไม่ใช่การทำเพื่อประโยชน์ของราชการ และทำให้ ทศทเสียหาย อีกทั้งการแก้ไขสัญญาในครั้งนั้นอัตราส่วนแบ่งรายได้แบบใช้บัตรจ่ายเงินล่วงหน้า ควรเป็นไปตามสัญญาหลักเนื่องจากการกำหนดส่วนแบ่งรายได้ที่ต้องจ่ายแก่คู่สัญญาภาครัฐในแบบอัตราก้าวหน้าหรือขั้นบันได เป็นการกำหนดอัตราที่มีความเป็นธรรมแก่คู่สัญญาฝ่ายรัฐผู้ให้สัญญา เพราะได้กำหนดค่าผลประโยชน์ตอบแทนให้แก่รัฐผู้ให้สัญญาตามสัดส่วนของรายได้【อ่านข้อความเต็ม】
vtd | 2021-03-27 | อ่าน(816) | แสดงความคิดเห็น(754)
อีซาให้จับตาซากสถานีอวกาศ เทียนกง 1 ตกสู่โลกภายในไม่กี่วัน 27 มีนาคม พศ 2561 เวลา 20:54 น สถานีอวกาศเทียนกง 1 ของจีนที่หมดสภาพการใช้งานและไม่สามารถควบคุมได้มานานหลายเดือน มีโอกาสตกสู่โลกอย่างเร็วในวันศุกร์นี้ หรือภายในวันจันทร์หน้า【อ่านข้อความเต็ม】
7nn | 2021-03-27 | อ่าน(333) | แสดงความคิดเห็น(888)
ศาลอุทธรณ์สั่งจำคุก 6 ปี สุธรรม มลิลา อดีต ผอทศท แก้สัญญาสัมปทานโทรศัพท์มือถือ ชี้ใช้อำนาจตำแหน่งโดยทุจริตเอื้อประโยชน์ เอไอเอส ในยุค ทักษิณ เป็นนายกฯ ทำองค์กรเสียรายได้ 66 หมื่นล้านบาท พร้อมสั่งชดใช้ 46 หมื่นล้าน ได้ประกันตัวระหว่างฎีกา 8 แสน ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถนครไชยศรี มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 26 มีคที่ผ่านมา ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ในคดีที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายสุธรรม มลิลา ผู้อำนวยการองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย (ทศท) ในขณะนั้น ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ โดยคำฟ้องสรุปว่า จำเลยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ ทศท ทำหน้าที่บริหารงานภายในองค์กร มีหน้าที่ปฏิบัติงานก่อให้เกิดประโยชน์แก่องค์กร เมื่อระหว่างวันที่ 12 เมย2544-15 พค2544 จำเลยปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการและกรรมการ ทศท โดยตำแหน่งกระทำความผิดกฎหมายหลายบท โดยทำสัญญาอนุญาตให้บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด มหาชน (AIS) ดำเนินกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ สัญญากำหนดว่าบริษัทเอไอเอสจะต้องลงทุนอุปกรณ์ทั้งหมด และยกให้ ทศทก่อนที่จะนำไปให้บริการแก่ผู้ใช้บริการ และกำหนดให้เอไอเอสจ่ายส่วนแบ่งรายได้โทรศัพท์ปีที่ 1-5 อัตราร้อยละ 15, ปีที่ 6-10 อัตราร้อยละ 20, ปีที่ 11-15 อัตราร้อยละ 25 และปีที่ 16-20 อัตราร้อยละ 30 ซึ่งทำให้ ทศทได้รับส่วนแบ่งรายได้น้อยลงจากเดิมที่ได้รับตามสัญญาหลักในอัตราร้อยละ 25-30 ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบส่วนแบ่งรายได้ตามสัญญาหลักกับสัญญาที่แก้ไข ทศทสูญเสียรายได้ 17,848,130,000 บาท และสูญเสียรายได้ในอนาคตถึงสิ้นสุดสัญญาสัมปทานอีกเป็นเงิน 53,490,900,000 บาท รวมเป็นเงิน 71,339,030,000 บาท ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเสียงข้างมาก วินิจฉัยว่าการแก้ไขสัญญาเพิ่มเติมครั้งที่ 6 เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับเอไอเอสตามคดีหมายเลขแดงที่ อม1/2553 ระหว่างอัยการสูงสุดกับ พตท ทักษิณ ชินวัตร (ยศขณะนั้น) และตามรายงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) การที่จำเลยปิดบังข้อเท็จจริงของฝ่ายบริหารผลประโยชน์ของ ทศท ได้มีความเห็นเสนอจำเลยว่า บริษัท TAC ต้องจ่ายให้ภาครัฐมากกว่าเอไอเอส จำเลยย่อมทราบข้อมูลความแตกต่างการพิจารณาการขอลดอัตราส่วนแบ่งรายได้ของเอไอเอสเป็นอย่างดีแล้ว แต่มิได้นำเสนอข้อมูลดังกล่าวเสนอให้ ทศททราบถึงความแตกต่าง การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำในฐานะเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 มาตรา 157 ทั้งนี้ บริษัท ทีโอที จำกัด ยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ร้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 จากการที่จำเลยลงนามข้อตกลงครั้งที่ 6 กับบริษัทเอไอเอส เป็นผลให้ผู้ร้องสูญเสียรายได้ คิดเป็นเงิน 66,060,686,73594 บาท พร้อมดอกเบี้ย 75 ต่อปี รวมเป็นเงิน 93,710,927,98184 บาท โดยจำเลยให้การปฏิเสธ ซึ่งภายหลังศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษายกฟ้อง และยกคำร้องของบริษัททีโอที ผู้ร้อง อย่างไรก็ตาม นายอำนาจ พวงชมภู อธิบดีศาลทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในขณะนั้น ได้ทำความเห็นแย้งโดยเห็นควรให้ลงโทษจำเลย ต่อมาโจทก์ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาเจตนาให้ AIS ได้ประโยชน์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงทางไต่สวนพยานโจทก์จำเลยและผู้ร้องประกอบรายงาน ปปชเรื่องการแก้ไขสัญญาครั้งที่ 6 เพื่อลดอัตราส่วนแบ่งรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบใช้บัตรจ่ายแก่เอไอเอส ในชั้นนี้ฟังได้ว่า ทศท เป็นรัฐวิสาหกิจ ต่อมาแปรสภาพเป็นบริษัท ทศท คอร์ปอเรชั่น จำกัด มหาชน และภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท ทีโอที จำกัด มหาชน สังกัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงการคลังถือหุ้นทั้งหมด และคณะกรรมการ ทศท มีคำสั่งแต่งตั้งจำเลยเป็นผู้อำนวยการ ทศท ต่อมาจำเลยแก้ไขสัญญาอนุญาตให้ดำเนินกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (ฉบับหลักลงวันที่ 27 มีค2533) ครั้งที่ 6 เมื่อวันที่ 15 พค2544 ปรับส่วนแบ่งรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบใช้บัตรจ่ายเงินล่วงหน้าแก่เอไอเอส ซึ่งตามสัญญาหลักเอไอเอสต้องจ่ายภาษีในปีที่ 1-5 อัตราร้อยละ 15, ปีที่ 6-10 อัตราร้อยละ 20, ปีที่ 11-15 อัตราร้อยละ 25 และปีที่ 16-20 อัตราร้อยละ 30 เป็นอัตราก้าวหน้าแก่ ทศท ต่อมาในการประชุมคณะกรรมการ ทศท ครั้งที่ 5/2544 เมื่อวันที่ 12 เมย2544 จำเลยเข้าร่วมประชุมและพิจารณามีความเห็นกรณีบริษัทเอไอเอสขอลดส่วนแบ่งรายได้จากร้อยละ 25 เหลือร้อยละ 20 นอกจากจะเป็นการส่งเสริมให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรมแล้ว ทศทและประชาชนน่าจะได้รับผลประโยชน์โดยตรง จึงมีมติเห็นชอบที่ ทศทจะเรียกเก็บในอัตราร้อยละ 20 ของมูลค่าหน้าบัตร โดยมีเงื่อนไขให้ ทศทเจรจากับเอไอเอสให้ได้ข้อยุติเรื่องการนำส่งส่วนแบ่งรายได้ให้ ทศทเป็นรายเดือน และนำผลประโยชน์ที่เอไอเอสได้รับ ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ให้บริการพร้อมให้กำหนดเงื่อนไขไว้ในท้ายสัญญา โดยจำเลยในฐานะผู้อำนวยการ ทศทลงนามข้อตกลงต่อท้ายสัญญาครั้งที่ 6 กับบริษัทเอไอเอสมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 มิย2544 ว่าให้เอไอเอสแบ่งส่วนรายได้ในอัตราร้อยละ 20 ของมูลค่าหน้าบัตร ซึ่งศาลฎีกาฯ เคยวินิจฉัยว่าเป็นการเอื้อประโยชน์แก่บริษัทเอไอเอส ไม่ใช่การทำเพื่อประโยชน์ของราชการ และทำให้ ทศทเสียหาย อีกทั้งการแก้ไขสัญญาในครั้งนั้นอัตราส่วนแบ่งรายได้แบบใช้บัตรจ่ายเงินล่วงหน้า ควรเป็นไปตามสัญญาหลัก เนื่องจากการกำหนดส่วนแบ่งรายได้ที่ต้องจ่ายแก่คู่สัญญาภาครัฐในแบบอัตราก้าวหน้าหรือขั้นบันได เป็นการกำหนดอัตราที่มีความเป็นธรรมแก่คู่สัญญาฝ่ายรัฐผู้ให้สัญญา เพราะได้กำหนดค่าผลประโยชน์ตอบแทนให้แก่รัฐผู้ให้สัญญาตามสัดส่วนของรายได้ ศาลเห็นว่า หลังจากจำเลยลงนามในสัญญาลดส่วนแบ่งรายได้ครั้งที่ 6 ให้แก่บริษัทเอไอเอส ในการประชุม ทศทครั้งที่ 8/2544 จำเลยกลับรายงานต่อที่ประชุมว่า อยู่ระหว่างการดำเนินการทำร่างข้อตกลงต่อท้ายสัญญาครั้งที่ 6 ทั้งที่ความจริงจำเลยได้ลงนามในข้อตกลงครั้งที่ 6 ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2544 โดยมิได้กำหนดข้อตกลงให้มีการพิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์การเรียกเก็บเงินส่วนแบ่งรายได้ในโอกาสต่อไป อีกทั้งจำเลยทราบดีว่าการกำหนดอัตราค่าเชื่อมโยงแก่บริษัท TAC จากอัตราร้อยละ 200 บาท ต่อหมายเลข ต่อเดือน เป็นอัตราร้อยละ 18 ของราคาหน้าบัตร เป็นอัตราเชื่อมโยงขึ้นใหม่ ไม่ใช่การลดอัตราตามที่เอไอเอสกล่าวอ้าง และ TAC ยังจ่ายผลตอบแทนให้ ทศทสูงกว่าที่เอไอเอสจ่าย แสดงให้เห็นเจตนาของจำเลยปกปิดข้อเท็จจริง ไม่แจ้งให้ที่ประชุมทราบด้วยเจตนาจะให้เอไอเอสได้รับผลประโยชน์จากการลดส่วนแบ่ง และศาลฎีกาฯ ได้วินิจฉัยไว้ชัดแจ้งว่าข้อตกลงสัญญาฉบับที่ 6 ที่จำเลยลงนามเอื้อประโยชน์แก่เอไอเอสต้องชดใช้ 46 หมื่นล้าน ที่จำเลยอ้างว่าที่ประชุมไม่มีคำถาม จำเลยจึงไม่ต้องรายงานข้อเท็จจริง นอกจากเป็นการกล่าวอ้างที่ไม่สมเหตุสมผลแล้ว โดยตำแหน่งที่จำเลยดำรงอยู่นั้น ต้องรักษาผลประโยชน์ขององค์กร สมควรแจ้งข้อเท็จจริงที่เป็นผลประโยชน์ได้เสียขององค์กรให้ที่ประชุมร่วมกันพิจารณาด้วยความรอบคอบ บ่งชี้ให้เห็นเจตนาของจำเลยในการลงนามสัญญาครั้งที่ 6 ถือว่าเป็นการใช้อำนาจตำแหน่งโดยทุจริต ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ ทศทได้รับส่วนแบ่งน้อยลง การกระทำที่มุ่งให้เอไอเอสได้ประโยชน์ เป็นการกระทำโดยทุจริตครบองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 เมื่อการกระทำจำเลยเป็นความผิดอันเป็นบทเฉพาะแล้ว จึงไม่ปรับบทมาตรา 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญาซึ่งเป็นบททั่วไป ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น ส่วนจำเลยต้องรับผิดค่าสินไหมทดแทนแก่บริษัททีโอทีหรือไม่ เห็นว่าแม้ทีโอทีจะไม่ได้อุทธรณ์ในส่วนคดีแพ่งก็ตาม แต่ได้ยื่นคำร้องเข้ามา ตามมาตรา 44/1 เมื่อโจทก์ยื่นอุทธรณ์จึงถือว่าคำร้องดังกล่าวได้อุทธรณ์ด้วยทำนองเดียวกัน และเมื่อข้อเท็จจริงส่วนอาญาฟังว่าจำเลยใช้อำนาจในทางทุจริต จำเลยต้องรับผิดชอบใช้เงินแก่ทีโอที โดยบริษัททีโอทีได้คำนวณค่าเสียหายที่ต้องขาดรายได้จากเงินส่วนแบ่งตลอดอายุสัญญาแต่ละช่วงเป็นต้นเงิน 66,060,686,73594 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 75 ต่อปี โดยจำเลยไม่มีพยานหลักฐานใดนำมาไต่สวนเป็นอย่างอื่น แต่ข้อเท็จจริงแม้เชื่อได้ว่าบริษัททีโอทีได้รับความเสียหายตามจำนวนดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตาม การพิจารณาอนุมัติลดอัตราส่วนแบ่งรายได้แก่เอไอเอสเป็นมติคณะกรรมการฯ จำเลยไม่ได้พิจารณาแต่เพียงลำพัง หากจำเลยต้องรับผิดเต็มจำนวนความเสียหายคงไม่เป็นธรรม จึงสมควรให้จำเลยรับผิดเพียงกึ่งหนึ่ง เป็นเงิน 46,855,463,99092 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 75 ต่อปี ของต้นเงิน 33,030,343,36797 นับตั้งแต่วันที่ 4 กค2559 ซึ่งเป็นวันที่บริษัททีโอทียื่นคำร้อง พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 (เดิม) จำคุก 9 ปี พยานหลักฐานที่จำเลยนำเข้าไต่สวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ 1 ใน 3 คงจำคุก 6 ปี และให้จำเลยชำระเงิน 46,855,463,99092 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 75 ต่อปี ของเงินต้น 33,030,343,36797 บาท นับตั้งแต่วันที่ 4 กค 2559 ต่อมาจำเลยได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์จำนวน 8 แสนบาท ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา โดยศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ประกันตัวไป โดยกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล【อ่านข้อความเต็ม】
vb7 | 2021-03-27 | อ่าน(28) | แสดงความคิดเห็น(545)
ศาลอุทธรณ์สั่งจำคุก 6 ปี สุธรรม มลิลา อดีต ผอทศท แก้สัญญาสัมปทานโทรศัพท์มือถือ ชี้ใช้อำนาจตำแหน่งโดยทุจริตเอื้อประโยชน์ เอไอเอส ในยุค ทักษิณ เป็นนายกฯ ทำองค์กรเสียรายได้ 66 หมื่นล้านบาท พร้อมสั่งชดใช้ 46 หมื่นล้าน ได้ประกันตัวระหว่างฎีกา 8 แสน ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถนครไชยศรี มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 26 มีคที่ผ่านมา ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ในคดีที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายสุธรรม มลิลา ผู้อำนวยการองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย (ทศท) ในขณะนั้น ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ โดยคำฟ้องสรุปว่า จำเลยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ ทศท ทำหน้าที่บริหารงานภายในองค์กร มีหน้าที่ปฏิบัติงานก่อให้เกิดประโยชน์แก่องค์กร เมื่อระหว่างวันที่ 12 เมย2544-15 พค2544 จำเลยปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการและกรรมการ ทศท โดยตำแหน่งกระทำความผิดกฎหมายหลายบท โดยทำสัญญาอนุญาตให้บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด มหาชน (AIS) ดำเนินกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ สัญญากำหนดว่าบริษัทเอไอเอสจะต้องลงทุนอุปกรณ์ทั้งหมด และยกให้ ทศทก่อนที่จะนำไปให้บริการแก่ผู้ใช้บริการ และกำหนดให้เอไอเอสจ่ายส่วนแบ่งรายได้โทรศัพท์ปีที่ 1-5 อัตราร้อยละ 15, ปีที่ 6-10 อัตราร้อยละ 20, ปีที่ 11-15 อัตราร้อยละ 25 และปีที่ 16-20 อัตราร้อยละ 30 ซึ่งทำให้ ทศทได้รับส่วนแบ่งรายได้น้อยลงจากเดิมที่ได้รับตามสัญญาหลักในอัตราร้อยละ 25-30 ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบส่วนแบ่งรายได้ตามสัญญาหลักกับสัญญาที่แก้ไข ทศทสูญเสียรายได้ 17,848,130,000 บาท และสูญเสียรายได้ในอนาคตถึงสิ้นสุดสัญญาสัมปทานอีกเป็นเงิน 53,490,900,000 บาท รวมเป็นเงิน 71,339,030,000 บาท ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเสียงข้างมาก วินิจฉัยว่าการแก้ไขสัญญาเพิ่มเติมครั้งที่ 6 เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับเอไอเอสตามคดีหมายเลขแดงที่ อม1/2553 ระหว่างอัยการสูงสุดกับ พตท ทักษิณ ชินวัตร (ยศขณะนั้น) และตามรายงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) การที่จำเลยปิดบังข้อเท็จจริงของฝ่ายบริหารผลประโยชน์ของ ทศท ได้มีความเห็นเสนอจำเลยว่า บริษัท TAC ต้องจ่ายให้ภาครัฐมากกว่าเอไอเอส จำเลยย่อมทราบข้อมูลความแตกต่างการพิจารณาการขอลดอัตราส่วนแบ่งรายได้ของเอไอเอสเป็นอย่างดีแล้ว แต่มิได้นำเสนอข้อมูลดังกล่าวเสนอให้ ทศททราบถึงความแตกต่าง การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำในฐานะเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 มาตรา 157 ทั้งนี้ บริษัท ทีโอที จำกัด ยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ร้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 จากการที่จำเลยลงนามข้อตกลงครั้งที่ 6 กับบริษัทเอไอเอส เป็นผลให้ผู้ร้องสูญเสียรายได้ คิดเป็นเงิน 66,060,686,73594 บาท พร้อมดอกเบี้ย 75 ต่อปี รวมเป็นเงิน 93,710,927,98184 บาท โดยจำเลยให้การปฏิเสธ ซึ่งภายหลังศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษายกฟ้อง และยกคำร้องของบริษัททีโอที ผู้ร้อง อย่างไรก็ตาม นายอำนาจ พวงชมภู อธิบดีศาลทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในขณะนั้น ได้ทำความเห็นแย้งโดยเห็นควรให้ลงโทษจำเลย ต่อมาโจทก์ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาเจตนาให้ AIS ได้ประโยชน์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงทางไต่สวนพยานโจทก์จำเลยและผู้ร้องประกอบรายงาน ปปชเรื่องการแก้ไขสัญญาครั้งที่ 6 เพื่อลดอัตราส่วนแบ่งรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบใช้บัตรจ่ายแก่เอไอเอส ในชั้นนี้ฟังได้ว่า ทศท เป็นรัฐวิสาหกิจ ต่อมาแปรสภาพเป็นบริษัท ทศท คอร์ปอเรชั่น จำกัด มหาชน และภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท ทีโอที จำกัด มหาชน สังกัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงการคลังถือหุ้นทั้งหมด และคณะกรรมการ ทศท มีคำสั่งแต่งตั้งจำเลยเป็นผู้อำนวยการ ทศท ต่อมาจำเลยแก้ไขสัญญาอนุญาตให้ดำเนินกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (ฉบับหลักลงวันที่ 27 มีค2533) ครั้งที่ 6 เมื่อวันที่ 15 พค2544 ปรับส่วนแบ่งรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบใช้บัตรจ่ายเงินล่วงหน้าแก่เอไอเอส ซึ่งตามสัญญาหลักเอไอเอสต้องจ่ายภาษีในปีที่ 1-5 อัตราร้อยละ 15, ปีที่ 6-10 อัตราร้อยละ 20, ปีที่ 11-15 อัตราร้อยละ 25 และปีที่ 16-20 อัตราร้อยละ 30 เป็นอัตราก้าวหน้าแก่ ทศท ต่อมาในการประชุมคณะกรรมการ ทศท ครั้งที่ 5/2544 เมื่อวันที่ 12 เมย2544 จำเลยเข้าร่วมประชุมและพิจารณามีความเห็นกรณีบริษัทเอไอเอสขอลดส่วนแบ่งรายได้จากร้อยละ 25 เหลือร้อยละ 20 นอกจากจะเป็นการส่งเสริมให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรมแล้ว ทศทและประชาชนน่าจะได้รับผลประโยชน์โดยตรง จึงมีมติเห็นชอบที่ ทศทจะเรียกเก็บในอัตราร้อยละ 20 ของมูลค่าหน้าบัตร โดยมีเงื่อนไขให้ ทศทเจรจากับเอไอเอสให้ได้ข้อยุติเรื่องการนำส่งส่วนแบ่งรายได้ให้ ทศทเป็นรายเดือน และนำผลประโยชน์ที่เอไอเอสได้รับ ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ให้บริการพร้อมให้กำหนดเงื่อนไขไว้ในท้ายสัญญา โดยจำเลยในฐานะผู้อำนวยการ ทศทลงนามข้อตกลงต่อท้ายสัญญาครั้งที่ 6 กับบริษัทเอไอเอสมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 มิย2544 ว่าให้เอไอเอสแบ่งส่วนรายได้ในอัตราร้อยละ 20 ของมูลค่าหน้าบัตร ซึ่งศาลฎีกาฯ เคยวินิจฉัยว่าเป็นการเอื้อประโยชน์แก่บริษัทเอไอเอส ไม่ใช่การทำเพื่อประโยชน์ของราชการ และทำให้ ทศทเสียหาย อีกทั้งการแก้ไขสัญญาในครั้งนั้นอัตราส่วนแบ่งรายได้แบบใช้บัตรจ่ายเงินล่วงหน้า ควรเป็นไปตามสัญญาหลัก เนื่องจากการกำหนดส่วนแบ่งรายได้ที่ต้องจ่ายแก่คู่สัญญาภาครัฐในแบบอัตราก้าวหน้าหรือขั้นบันได เป็นการกำหนดอัตราที่มีความเป็นธรรมแก่คู่สัญญาฝ่ายรัฐผู้ให้สัญญา เพราะได้กำหนดค่าผลประโยชน์ตอบแทนให้แก่รัฐผู้ให้สัญญาตามสัดส่วนของรายได้ ศาลเห็นว่า หลังจากจำเลยลงนามในสัญญาลดส่วนแบ่งรายได้ครั้งที่ 6 ให้แก่บริษัทเอไอเอส ในการประชุม ทศทครั้งที่ 8/2544 จำเลยกลับรายงานต่อที่ประชุมว่า อยู่ระหว่างการดำเนินการทำร่างข้อตกลงต่อท้ายสัญญาครั้งที่ 6 ทั้งที่ความจริงจำเลยได้ลงนามในข้อตกลงครั้งที่ 6 ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2544 โดยมิได้กำหนดข้อตกลงให้มีการพิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์การเรียกเก็บเงินส่วนแบ่งรายได้ในโอกาสต่อไป อีกทั้งจำเลยทราบดีว่าการกำหนดอัตราค่าเชื่อมโยงแก่บริษัท TAC จากอัตราร้อยละ 200 บาท ต่อหมายเลข ต่อเดือน เป็นอัตราร้อยละ 18 ของราคาหน้าบัตร เป็นอัตราเชื่อมโยงขึ้นใหม่ ไม่ใช่การลดอัตราตามที่เอไอเอสกล่าวอ้าง และ TAC ยังจ่ายผลตอบแทนให้ ทศทสูงกว่าที่เอไอเอสจ่าย แสดงให้เห็นเจตนาของจำเลยปกปิดข้อเท็จจริง ไม่แจ้งให้ที่ประชุมทราบด้วยเจตนาจะให้เอไอเอสได้รับผลประโยชน์จากการลดส่วนแบ่ง และศาลฎีกาฯ ได้วินิจฉัยไว้ชัดแจ้งว่าข้อตกลงสัญญาฉบับที่ 6 ที่จำเลยลงนามเอื้อประโยชน์แก่เอไอเอสต้องชดใช้ 46 หมื่นล้าน ที่จำเลยอ้างว่าที่ประชุมไม่มีคำถาม จำเลยจึงไม่ต้องรายงานข้อเท็จจริง นอกจากเป็นการกล่าวอ้างที่ไม่สมเหตุสมผลแล้ว โดยตำแหน่งที่จำเลยดำรงอยู่นั้น ต้องรักษาผลประโยชน์ขององค์กร สมควรแจ้งข้อเท็จจริงที่เป็นผลประโยชน์ได้เสียขององค์กรให้ที่ประชุมร่วมกันพิจารณาด้วยความรอบคอบ บ่งชี้ให้เห็นเจตนาของจำเลยในการลงนามสัญญาครั้งที่ 6 ถือว่าเป็นการใช้อำนาจตำแหน่งโดยทุจริต ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ ทศทได้รับส่วนแบ่งน้อยลง การกระทำที่มุ่งให้เอไอเอสได้ประโยชน์ เป็นการกระทำโดยทุจริตครบองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 เมื่อการกระทำจำเลยเป็นความผิดอันเป็นบทเฉพาะแล้ว จึงไม่ปรับบทมาตรา 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญาซึ่งเป็นบททั่วไป ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น ส่วนจำเลยต้องรับผิดค่าสินไหมทดแทนแก่บริษัททีโอทีหรือไม่ เห็นว่าแม้ทีโอทีจะไม่ได้อุทธรณ์ในส่วนคดีแพ่งก็ตาม แต่ได้ยื่นคำร้องเข้ามา ตามมาตรา 44/1 เมื่อโจทก์ยื่นอุทธรณ์จึงถือว่าคำร้องดังกล่าวได้อุทธรณ์ด้วยทำนองเดียวกัน และเมื่อข้อเท็จจริงส่วนอาญาฟังว่าจำเลยใช้อำนาจในทางทุจริต จำเลยต้องรับผิดชอบใช้เงินแก่ทีโอที โดยบริษัททีโอทีได้คำนวณค่าเสียหายที่ต้องขาดรายได้จากเงินส่วนแบ่งตลอดอายุสัญญาแต่ละช่วงเป็นต้นเงิน 66,060,686,73594 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 75 ต่อปี โดยจำเลยไม่มีพยานหลักฐานใดนำมาไต่สวนเป็นอย่างอื่น แต่ข้อเท็จจริงแม้เชื่อได้ว่าบริษัททีโอทีได้รับความเสียหายตามจำนวนดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตาม การพิจารณาอนุมัติลดอัตราส่วนแบ่งรายได้แก่เอไอเอสเป็นมติคณะกรรมการฯ จำเลยไม่ได้พิจารณาแต่เพียงลำพัง หากจำเลยต้องรับผิดเต็มจำนวนความเสียหายคงไม่เป็นธรรม จึงสมควรให้จำเลยรับผิดเพียงกึ่งหนึ่ง เป็นเงิน 46,855,463,99092 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 75 ต่อปี ของต้นเงิน 33,030,343,36797 นับตั้งแต่วันที่ 4 กค2559 ซึ่งเป็นวันที่บริษัททีโอทียื่นคำร้อง พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 (เดิม) จำคุก 9 ปี พยานหลักฐานที่จำเลยนำเข้าไต่สวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ 1 ใน 3 คงจำคุก 6 ปี และให้จำเลยชำระเงิน 46,855,463,99092 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 75 ต่อปี ของเงินต้น 33,030,343,36797 บาท นับตั้งแต่วันที่ 4 กค 2559 ต่อมาจำเลยได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์จำนวน 8 แสนบาท ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา โดยศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ประกันตัวไป โดยกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล【อ่านข้อความเต็ม】
fnj | 2021-03-26 | อ่าน(453) | แสดงความคิดเห็น(281)
อีซาให้จับตาซากสถานีอวกาศ เทียนกง 1 ตกสู่โลกภายในไม่กี่วัน 27 มีนาคม พศ 2561 เวลา 20:54 น สถานีอวกาศเทียนกง 1 ของจีนที่หมดสภาพการใช้งานและไม่สามารถควบคุมได้มานานหลายเดือน มีโอกาสตกสู่โลกอย่างเร็วในวันศุกร์นี้ หรือภายในวันจันทร์หน้า【อ่านข้อความเต็ม】
r7h | 2021-03-26 | อ่าน(190) | แสดงความคิดเห็น(831)
เป็นเรื่องธรรมดาที่เราแก่ตัวลง เซลล์และฮอร์โมนต่างๆ ย่อมทำงานช้าลง รวมทั้งการสร้างเซลล์สีของผมด้วย ฉะนั้นอย่าไปเครียดกับเรื่องธรรมชาตินี้นัก แต่เราก็สามารถชะลอผมขาวได้ด้วยการบริโภคอาหารที่มีวิตามินบี 12 และโปรตีน เพราะเมลานินช่วยบำรุงให้ผมดกดำเงางาม จำเป็นที่ร่างกายต้องได้รับโปรตีนและวิตามินบี 12 มากเพียงพอในแต่ละวัน ซึ่งโปรตีนและวิตามินบี 12 สามารถพบได้ในเนื้อสัตว์ เช่น สัตว์ปีก และสัตว์ทะเล เช่น หอย ปลา รวมถึงตับ และผลิตภัณฑ์จากนม เช่น นม โยเกิร์ต เนยแข็ง ส่วนใครที่ทานมังสวิรัติหรือกินเจอาจมีความเสี่ยงที่จะได้รับโปรตีนและวิตามินบี 12 ไม่เพียงพอ และมีผมขาวเร็วกว่าคนอื่น ดังนั้นอย่าลืมเลือกทานเนยแข็ง ถั่วเน่า หรือสาหร่ายสไปรูลินา รวมถึงวิตามินเสริม เพื่อให้แน่ใจว่าได้รับวิตามินบี 12 เพียงพอนะคะ 【อ่านข้อความเต็ม】
5 หน้า

ลิงค์ที่เป็นมิตรเวลาปัจจุบัน:2021-05-07

ลุ้นบาท วิเคราะห์บอลวันนี้ ตารางคะแนน | เติมเงินไทยฟรี บอลสดวันนี้ ราคา| ลุ้นบาท คาสิโนฟรีไม่มีเงินฝากไทย 2021 | ลุ้นบาท เกมสล็อตออนไลน์ (SlotXO) | ลุ้นบาท ถ่ายทอดสดฟุตบอล ตอนนี้ | ลุ้นบาท ทดลองเล่น เกมส์สล็อต ฟรี | ทดลองใช้ฟรี การนับคะแนน กีฬา กอล์ฟ| ทดลองใช้ฟรี ผล การ แข่งขัน ฟุตบอล แมน ยู กับ ลิเวอร์พูล| เติมเงินไทยฟรี ถ่ายทอดสดฟุตบอล ตอนนี้| ลุ้นบาท ฟุตบอล 888 | เติมเงินไทยฟรี เว็บ แทง บอล แถม เสื้อ| ทดลองใช้ฟรี ทางเข้า empire777| ลุ้นบาท รีวิว คา สิ โน | ลุ้นบาท ฟุตบอล ม.ธุรกิจบัณฑิต | ลงทะเบียนฟรี ดู บอล สด ฝรั่งเศส vs อุรุกวัย| เติมเงินไทยฟรี ตารางคะแนนบอล บุนเดสลีกา2| ลุ้นบาท สะหวันรีสอร์ท คาสิโน | ลงทะเบียนฟรี ผลบอลสด สํารอง3| ลงทะเบียนฟรี ฟุตบอล วัน นี้ ทีเด็ด| เติมเงินไทยฟรี เล่นคาสิโนออนไลน์ pantip| ลุ้นบาท บาคาร่า ต่างประเทศ | ลุ้นบาท ตัวสล็อต คือ | ลุ้นบาท เล่นเกมยิงปลาฟรี | ทดลองใช้ฟรี มูลค่าสโมสรฟุตบอล 2021| ทดลองใช้ฟรี วิเคราะห์ บอล วัน นี้ สปอร์ต พูล เสิร์ฟ บอล เด็ด| ลุ้นบาท โก ล เด็ น สล็อต ออ น ไล น ผ่าน เว็บ | ทํางานคาสิโน ปอยเปต2021ลงทะเบียนเพื่อส่งเงิน| เติมเงินไทยฟรี วิเคราะห์บอลวันนี้ กลัดบัค| ทดลองใช้ฟรี สูตรแทงบอลชุด| เติมเงินไทยฟรี ทีเด็ด ฟุตบอล วัน นี้ 3 คู่1000| ทดลองใช้ฟรี พนัน บอล รวย จริง หรือ| เติมเงินไทยฟรี ตาราง คะแนน บอล ปารีส| ลุ้นบาท วิเคราะห์บอลราคาบอลวันนี้ | ทดลองใช้ฟรี พรีเมียร์ลีก บัลแกเรีย| ลงทะเบียนฟรี ดูบอลสด365| เติมเงินไทยฟรี บอลออนไลน์ คืนนี้| ทดลองใช้ฟรี เว็บพนันบอล ถูกกฎหมาย พันทิป| ลุ้นบาท เล่น บอล 9 คน | ทดลองใช้ฟรี สล็อตผลไม้โชคดี| ทดลองใช้ฟรี บอล สด 7m| ลงทะเบียนฟรี พรีเมียร์ลีก ตัวย่อ| ทดลองใช้ฟรี วิเคราะห์บอลวันนี้ บาร์เซโลน่า| เติมเงินไทยฟรี คะแนน บอล พรีเมียร์ลีก| ลงทะเบียนฟรี ดู ทีวี ฟุตบอล ออนไลน์ ฟรี| ทดลองใช้ฟรี พรีเมียร์ลีก ข่าว| ลงทะเบียนฟรี วิเคราะห์ บอลวันนี้บ้านผลบอล| เติมเงินไทยฟรี เกมมือถือได้เงินจริง| ลุ้นบาท ตาราง คะแนน บอล กั ล โช่ | ทดลองใช้ฟรี ผลบอลสด 22/1/62| เติมเงินไทยฟรี วิธีดูราคาบอล w88| เติมเงินไทยฟรี บอลสด นาโปลี| ทดลองใช้ฟรี ส ฟุตบอลไทย| ลุ้นบาท ชวน เล่น บา คา ร่า | ทดลองใช้ฟรี ถ่ายทอดสดฟุตบอล ยู23| ทดลองใช้ฟรี โปรแกรมพรีเมียร์ลีก 4 นัดสุดท้าย| ลุ้นบาท บอล วัน นี้ ลิงค์ ดู | ลงทะเบียนฟรี เล่นสล็อตทันที| ทดลองใช้ฟรี โปรแกรม บอล พรีเมียร์ ลีก ทุก นัด| ลงทะเบียนฟรี เว็บพนันบอล ดีที่สุด | ลงทะเบียนฟรี ฟุตบอล จีน| ลุ้นบาท บอลสด 77up | ลุ้นบาท ตาราง คะแนน บอล ลา ลี กา 2 สเปน | ลงทะเบียนฟรี ตาราง การ แข่งขัน ฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก ลิเวอร์พูล| ทดลองใช้ฟรี เล่น พนัน บอล pantip| ลุ้นบาท ดูบอลสดlive24ย้อนหลัง | เติมเงินไทยฟรี บอล วัน นี้ ยูโร| ทดลองใช้ฟรี บ้านบอลวันเสาร์| ทดลองใช้ฟรี สร้างกำไรจากการเล่นสล็อต| เติมเงินไทยฟรี สโมสรฟุตบอลเชลซี รายชื่อผู้เล่น| ลุ้นบาท เว็บ แทง บอล ไทย ลีก | เติมเงินไทยฟรี ผล ตาราง คะแนน ฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก| ลงทะเบียนฟรี ผล การ แข่งขัน ฟุตบอล ลีลล์| ทดลองใช้ฟรี คะแนน ฟุตบอล สด| เติมเงินไทยฟรี ดูบอลสด จีนu23| ลงทะเบียนฟรี ลีกเดอซ์ ฝรั่งเศส| ลงทะเบียนฟรี ฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ วันนี้ สด| ทดลองใช้ฟรี วิเคราะห์ บอล วัน นี้ สปอร์ต พลู พรุ่งนี้| เติมเงินไทยฟรี ตัวแทน คา สิ โน ออนไลน์| ลงทะเบียนฟรี ตาราง บอล พรีเมียร์ ลีก 2013| ลงทะเบียนฟรี ส ฟุตบอลไทย| ลงทะเบียนฟรี ดู-บอล-ออนไลน์-ย้อน-หลัง-เมื่อ-คืน| ลุ้นบาท สรุป ผล บอล สด | เติมเงินไทยฟรี โก ล ฟุตบอล ท่อ pvc| ทดลองใช้ฟรี บอลสด พม่า| ลงทะเบียนฟรี 100 ฟรีสปิน|